ชีวิตพิมพา พรศิริ

เรียกได้ว่าปลายปี พ.ศ. 2529 แจ้งเกิด ‘พิมพา พรศิริ’ จากที่ราบสูง ผลงานอัลบั้มแรกในชีวิตขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ไม่กี่สัปดาห์ยอดขายเกินล้านตลับ

..

ฉายแสงสง่างาม จารึกชื่อในทำเนียบนักร้องดังล้านตลับ ขณะมีอายุแค่เพียง 17 ปี ที่ก่อนหน้านี้ชีวิตพลิกผัน ตัดสินใจขายบ้านย่าน ‘จรัสสนิทวงศ์’

.

โบกมือลากลับบ้านเกิด จังหวัดชัยภูมิ “ทุกวันนี้กินนอนอยู่ที่ทุ่งนาเลยค่ะ บ้านเป็นบ้านธรรมชาติ

..

แถวนี้คนไม่ค่อยสร้างบ้านกัน อยู่ด้วยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ช่วย กินข้าวก็กินธรรมดา หุงด้วยไม้ หุงแบบนี้มันหอม ต้นไผ่แถวนี้

.

มันแห้งทิ้งไปไม่เกิดประโยชน์ เรานำมาใช้ประโยชน์ ข้างบ้านมีบ่อน้ำ ทำนามีข้าวกิน ปลูกพริก มะเขือ มะนาว มีหลายอย่าง ไม่ต้องซื้อ”

..

“เราก็อยู่ในสิ่งที่มันค่อยขึ้นค่อยลงให้มันปกติ ทำให้เราไม่คิดมาก อยู่แบบเข้าใจ เข้าใจชีวิตตัวเอง เราจะอยู่กับมันได้อย่างไม่ต้องคิดมาก ระยะเวลาสถานการณ์

..

มันทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว เพียงแค่ว่าเราจะอยู่ตรงไหนให้มันลงตัว ตอนนี้อยู่ตรงนี้ก็สงบดี คนเรานานาจิตตัง คิดไม่เหมือนกัน คำพูดก็แค่ลมปาก

..

เขาไม่ได้มาสัมผัสเรา ภาพมันออกไปก็จินตนาการร้อยแปด ก็สามารถที่จะคิดได้ไม่ว่ากัน ในส่วนของเราที่กลับมาอยู่ที่นี่ คือ อยากอยู่กับธรรมชาติจริง ๆ ได้สัมผัสธรรมชาติจริง ๆ

..

บางคนเขาก็มีความรู้สึกว่า มันต้องหรู แล้วแต่คนว่าเออเขาชอบแบบนี้เขามีความสุขแบบนี้ อันนี้เขาก็ดำเนินของเขาไป

..

บางคนเขาก็มีความสุขแบบนี้ เขาอยากอยู่แบบนี้ เขามีความสุขก็ดำเนินกันไป นักร้องทุกวันนี้เยอะมาก เราเห็นน้อง ๆ รุ่นใหม่ ๆ มาร้องเพลงเราก็ชื่นชม

..

ส่วนตัวเราก็ไม่ได้คิดมากว่า เราจะหายไป เราก็ทำเพลงมา 20 กว่าปีแล้ว ชีวิตวันนี้เรียบง่าย ใช้ชีวิตพอเพียงมาก มีงานก็ไปร้องเพลงไม่มีงานก็อยู่แบบนี้ได้

เรื่องความรักคือพี่ไม่ได้ตั้งเป้า หรืออะไร ปล่อยไปตามธรรมชาติ ถ้าจะมาก็มา ไม่มาก็คือไม่มา เป็นคนที่อยากให้ชีวิตเรามีความสุข ไม่อยากเห็นแล้วแบบมันมีความสุขแค่นี้

ไม่อยากให้มันหาย อยากให้มันมีตลอด แต่มันเป็นไปไม่ได้ที่คนเราจะมีความสุขตลอดแค่เราอยู่ในสิ่งแวดล้อมพี่น้อง มันไม่เห็นจะมีสุขตลอด หันหน้าเข้าหาธรรมะ

ถึงขั้นไปสร้างสถานปฏิบัติธรรม เป็นบ้านธรรม ไม่ถึงสถานปฏิบัติธรรม เป็นบ้านส่วนตัว ปฏิบัติตัวเองนี่แหละ สร้างตัวเองก่อน ดูจิต ดูกายของตัวเอง คนอื่นๆ ก็สามารถเข้าไปคุยเรื่องธรรมกันได้

เพลงแรกก็โด่งดังสุด แล้วมันก็ค่อย ๆ ลง เป็นธรรมดาของชีวิต แม้แต่ตัวเรายังแก่ทุกวัน งานการไม่เหมือนเดิมอยู่แล้ว ตอนนี้ก็มีงานละคร ร้องเพลงบ้าง”

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*